Ninja H2 SX SE+

SUPERCHARGE YOUR JOURNEY

Ninja H2 SX SE+

คาวาซากิมีความยินดีที่จะนำเสนอรถจักรยานยนต์ Ninja H2 SX รุ่นที่สามซึ่งเข้ามาเติมเต็มไลน์อัพของ Ninja H2 SX และ Ninja H2 SX SE ด้วย Ninja H2 SX SE+ รถจักรยานยนต์ใหม่ที่มาพร้อมระบบกันสะเทือนควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าสุดล้ำสมัยและอุปกรณ์ไฮเทคอีกมากมายซึ่งเสริมให้ SX SE+ กลายเป็นโมเดลที่ล้ำสมัยที่สุดในตระกูล คาวาซากิมีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าการแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีและความก้าวหน้าของทางแบรนด์ในครั้งนี้ย่อมสามารถทำให้ผู้ขับขี่ที่กำลังมองหารถจักรยานยนต์ที่มาพร้อมอุปกรณ์เกรดสูงและอัตราเร่งสุดตื่นเต้นเร้าใจของซูเปอร์ชาร์จรู้สึกพึงพอใจได้อย่างแน่นอน

  • Ninja H2 SX SE+ : Graphite Gray / Metallic Diablo Black / Emerald Blazed Green
  • Ninja H2 SX SE+ : Graphite Gray / Metallic Diablo Black / Emerald Blazed Green
  • Ninja H2 SX SE+ : Graphite Gray / Metallic Diablo Black / Emerald Blazed Green

COLOR

  • Graphite Gray / Metallic Diablo Black / Emerald Blazed Green

Price (Baht)

  • 1,160,000

Top Features

ระบบกันสะเทือนควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าสุดล้ำสมัย

KECS (Kawasaki Electronic Control Suspension) ใช้พื้นฐานเดียวกับระบบกันสะเทือนปรับอัตโนมัติ Semi-active ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกใน Ninja ZX-10R SE รุ่นปี 2018 ระบบ KECS ถูกออกแบบมาเพื่อปรับค่าของโช้คแบบ Real time ให้เหมาะสมกับสภาวะการขับขี่และสภาพถนนมากที่สุด ผสมผสานระหว่างองค์ประกอบทางกลไกระดับสูงและเทคโนโลยีควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์รุ่นล่าสุด KECS ส่งมอบทั้งประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลควบคุมง่ายในทุกสถานการณ์ เช่นเดียวกับการปรับกันสะเทือนให้มีความหนืดขึ้นเพื่อรองรับการขับขี่ด้วยความเร็วในสไตล์สปอร์ต เสริมสมรรถนะในการยึดเกาะของยางให้มีความมั่นคงและขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกการเข้าโค้ง

คาลิปเปอร์เบรก Brembo Stylema

Stylema เป็นคาลิปเปอร์โมโนบล็อกสำหรับการใช้งานบนถนนรุ่นใหม่ล่าสุดและคุณภาพสูงที่สุดจากทาง Brembo

เรือนไมล์คุณภาพสูง TFT Colour Instrumentation

เรือนไมล์ของ Ninja H2 SX SE+ ถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงความล้ำสมัยและไฮเทคเป็นหลักเพื่อให้สอดคล้องกับมิติเบื้องหลังแฮนด์อันหรูหราในรถรุ่นเรือธง มาตราวัดรอบเครื่องยนต์แบบเข็มจับคู่มากับหน้าจอLCD สี TFT full colour คุณภาพสูงซึ่งสามารถปรับกราฟฟิคในการแสดงผลข้อมูลตามโหมดการแสดงผลที่มีให้เลือกมากถึงสี่แบบ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถจัดลำดับและให้ความสำคัญแก่ข้อมูลที่ต้องการทราบตามประเภทของการใช้งาน ณ เวลานั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โหมดการขับขี่แบบประสานการทำงาน Integrated Riding Modes (SE) - Sport, Road, Rain, Rider (ปรับตั้งเอง)

โหมดการขับขี่ทุกโหมดทำงานร่วมกับระบบ KTRC, โหมดส่งกำลังและระบบกันสะเทือนควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า KECS ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับระบบ Traction control, การส่งกำลังและคาแรคเตอร์การทำงานของระบบกันสะเทือนให้เหมาะสมกับสถานการณ์การขับขี่ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
 

* ผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้งานจากเซ็ตติ่งที่มีการตั้งค่ามาให้จากโรงงานสามโหมด Sport, Road, Rain แต่ละโหมดมีการปรับค่าระบบ KTRC, โหมดส่งกำลังและระบบกันสะเทือนไฟฟ้า KECS มาให้เพื่อความสะดวกในการใช้งาน หรือเลือกปรับเองแบบแมนนวลในโหมด Rider สำหรับโหมด Rider ระดับของระบบต่างๆสามารถเซ็ตแยกกันได้อิสระ
 

Sport: ให้ผู้ใช้เพลิดเพลินไปกับอัตราเร่งและสมรรถนะแบบสปอร์ตบนเส้นทางอันคดเคี้ยว
Road: มอบความสบายในการใช้งาน ครอบคลุมทุกสถานการณ์การขับขี่ตั้งแต่ใช้งานในเมือง ไปจนถึงการเดินทางไกล
Rain: เสริมความปลอดภัยมั่นใจในการขับขี่บนผิวทางเปียก

Highly Durable Paint เคลือบสีความทนทานสูง

นวัตกรรมใหม่จากคาวาซากิที่มีการเคลือบสีพิเศษความทนทานสูงHighly Durable Paint ซึ่งมีคุณสมบัติในการซ่อมแซมรอยของเนื้อเคลือบจากความเสียหาย ช่วยให้สีของรถดูสดใส เงางาม และใหม่อยู่ตลอดเวลา

* ส่วนที่มีความนิ่มและแข็งในเนื้อเคลือบจับตัวกันเป็นสปริงทางเคมี โดยทำหน้าที่เหมือนกับแทรมโพลีนในการซึมซับแรงกระแทก

  • ระบบกันสะเทือนควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าสุดล้ำสมัย

    KECS (Kawasaki Electronic Control Suspension) ใช้พื้นฐานเดียวกับระบบกันสะเทือนปรับอัตโนมัติ Semi-active ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกใน Ninja ZX-10R SE รุ่นปี 2018 ระบบ KECS ถูกออกแบบมาเพื่อปรับค่าของโช้คแบบ Real time ให้เหมาะสมกับสภาวะการขับขี่และสภาพถนนมากที่สุด ผสมผสานระหว่างองค์ประกอบทางกลไกระดับสูงและเทคโนโลยีควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์รุ่นล่าสุด KECS ส่งมอบทั้งประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลควบคุมง่ายในทุกสถานการณ์ เช่นเดียวกับการปรับกันสะเทือนให้มีความหนืดขึ้นเพื่อรองรับการขับขี่ด้วยความเร็วในสไตล์สปอร์ต เสริมสมรรถนะในการยึดเกาะของยางให้มีความมั่นคงและขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกการเข้าโค้ง

  • คาลิปเปอร์เบรก Brembo Stylema

    Stylema เป็นคาลิปเปอร์โมโนบล็อกสำหรับการใช้งานบนถนนรุ่นใหม่ล่าสุดและคุณภาพสูงที่สุดจากทาง Brembo

  • เรือนไมล์คุณภาพสูง TFT Colour Instrumentation

    เรือนไมล์ของ Ninja H2 SX SE+ ถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงความล้ำสมัยและไฮเทคเป็นหลักเพื่อให้สอดคล้องกับมิติเบื้องหลังแฮนด์อันหรูหราในรถรุ่นเรือธง มาตราวัดรอบเครื่องยนต์แบบเข็มจับคู่มากับหน้าจอLCD สี TFT full colour คุณภาพสูงซึ่งสามารถปรับกราฟฟิคในการแสดงผลข้อมูลตามโหมดการแสดงผลที่มีให้เลือกมากถึงสี่แบบ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถจัดลำดับและให้ความสำคัญแก่ข้อมูลที่ต้องการทราบตามประเภทของการใช้งาน ณ เวลานั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • โหมดการขับขี่แบบประสานการทำงาน Integrated Riding Modes (SE) - Sport, Road, Rain, Rider (ปรับตั้งเอง)

    โหมดการขับขี่ทุกโหมดทำงานร่วมกับระบบ KTRC, โหมดส่งกำลังและระบบกันสะเทือนควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า KECS ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับระบบ Traction control, การส่งกำลังและคาแรคเตอร์การทำงานของระบบกันสะเทือนให้เหมาะสมกับสถานการณ์การขับขี่ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
     

    * ผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้งานจากเซ็ตติ่งที่มีการตั้งค่ามาให้จากโรงงานสามโหมด Sport, Road, Rain แต่ละโหมดมีการปรับค่าระบบ KTRC, โหมดส่งกำลังและระบบกันสะเทือนไฟฟ้า KECS มาให้เพื่อความสะดวกในการใช้งาน หรือเลือกปรับเองแบบแมนนวลในโหมด Rider สำหรับโหมด Rider ระดับของระบบต่างๆสามารถเซ็ตแยกกันได้อิสระ
     

    Sport: ให้ผู้ใช้เพลิดเพลินไปกับอัตราเร่งและสมรรถนะแบบสปอร์ตบนเส้นทางอันคดเคี้ยว
    Road: มอบความสบายในการใช้งาน ครอบคลุมทุกสถานการณ์การขับขี่ตั้งแต่ใช้งานในเมือง ไปจนถึงการเดินทางไกล
    Rain: เสริมความปลอดภัยมั่นใจในการขับขี่บนผิวทางเปียก

  • Highly Durable Paint เคลือบสีความทนทานสูง

    นวัตกรรมใหม่จากคาวาซากิที่มีการเคลือบสีพิเศษความทนทานสูงHighly Durable Paint ซึ่งมีคุณสมบัติในการซ่อมแซมรอยของเนื้อเคลือบจากความเสียหาย ช่วยให้สีของรถดูสดใส เงางาม และใหม่อยู่ตลอดเวลา

    * ส่วนที่มีความนิ่มและแข็งในเนื้อเคลือบจับตัวกันเป็นสปริงทางเคมี โดยทำหน้าที่เหมือนกับแทรมโพลีนในการซึมซับแรงกระแทก

Specifications